ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก - โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์

 หน้าแรก
» โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ » คลินิกและศูนย์เฉพาะทาง » ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก  แบ่งปันไปยัง facebook

serv60_header

         หากคุณแต่งงานมานานกว่า 1 ปี และมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ แสดงว่าคุณกำลังอยู่ใน “ภาวะการมีลูกยาก” โดยหลักการแล้วแม้ว่าภาวะนี้จะไม่ใช่โรค แต่ก็เป็นปัญหาสำหรับคู่สมรสที่หวังอยากมีเจ้าตัวน้อย เพื่อความสมบูรณ์แบบของชีวิตครอบครัว การที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้อาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่ส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์ ทำให้ไม่สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ตามธรรมชาติ โดยอาจมีสาเหตุจากฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย หรือไม่ทราบสาเหตุ

          ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ : The New Baby Fertility Center ตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่ช่วยให้คู่สามีภรรยาสามารถเอาชนะอุปสรรค อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการมีบุตรยาก โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรักษาการมีบุตรยากจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ผ่านการศึกษาอบรมจากในและต่างประเทศ และมีประสบการณ์มาเป็นเวลายาวนาน คอยให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การช่วยเหลือคู่สมรสที่มีปัญหาการมีบุตรยาก ให้สามารถมีบุตรได้สมความปรารถนา ด้วยบริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีความทันสมัยและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังนี้

  1. การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก Intrauterine Insemination (IUI) วิธีนี้เรียกได้ว่าใกล้เคียงธรรมชาติมาก สะดวก และประหยัด เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ไม่มีปัญหาทางร่างกาย โดยเก็บน้ำเชื้อของฝ่ายชายในช่วงวันตกไข่ของฝ่ายหญิง แล้วใช้น้ำยาเพาะเลี้ยงคัดแยกเฉพาะอสุจิที่แข็งแรง และนำไปฉีดเข้าโพรงมดลูก เพื่อเพิ่มโอกาสในการผสมกับไข่ของฝ่ายหญิงได้ดีขึ้น
  2. การทำเด็กหลอดแก้ว In Vitro Fertilization (IVF) เป็นการรักษาที่สะดวก ไม่ต้องเจาะหน้าท้อง แต่ให้อัตราการตั้งครรภ์สูง โดยกระตุ้นไข่ให้สุกเต็มที่แล้วเจาะไข่ผ่านทางช่องคลอด และนำมาผสมเชื้ออสุจิของฝ่ายชาย เลี้ยงในตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน จนแบ่งตัวเป็นระยะ 4-8 เซลล์ หรือเลี้ยงจนเป็นระยะ “บลาสโตซีท” แล้วจึงนำมาใส่กลับเข้าโพรงมดลูกผ่านทางช่องคลอด
  3. การนำอสุจิเพียงหนึ่งตัวฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ Intra - cytoplasmic Sperm Injection (ICSI) หรือเรียกง่ายๆ ว่า “อิ๊กซี่” เป็นการปฎิสนธินอกร่างกาย เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีอสุจิน้อยมากจนไม่สามารถปฎิสนธิไข่ได้เอง หรือไม่มีตัวอสุจิเลย แต่อัณฑะยังคงมีการผลิตอสุจิอยู่ โดยนำเข็มแก้วเล็กๆ ฉีดอสุจิเพียง 1 ตัวเข้าไปในไข่ 1 ใบ แล้วเลี้ยงจนกลายเป็นตัวอ่อน และใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก
  4. การตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรม Preimplantation Genetic Diagnosis (PGD) เป็นการวินิจฉัยตัวอ่อนเพื่อหยุดโรคทางพันธุกรรม ดูความผิดปกติของตัวอ่อนในระดับยีน เหมาะกับพ่อแม่เป็นพาหะทางโรคทางพันธุกรรม หรือ พ่อแม่เป็นโรคทางพันธุกรรมเฉพาะโรคใดโรคหนึ่งหรือหลายโรค เพื่อหลีกเลี่ยงโรคถ่ายทอดพันธุกรรมอย่างโรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น เมื่อวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมแล้ว จากนั้นก็จะทำการคัดเลือกแต่ตัวอ่อนที่แข็งแรงและไม่เป็นโรคทางพันธุกรรมใส่กลับเข้าไปในมดลูก เพื่อให้คุณแม่ตั้งครรภ์อย่างสมบูรณ์

serv60_1 serv60_2วิธีการตรวจรักษา

  1. การตรวจระดับฮอร์โมนและพันธุกรรม
  2. การอัลตราซาวน์ มดลูกและรังไข่
  3. การส่องกล้องตรวจช่องท้อง
  4. การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก
  5. การเอกซเรย์ฉีดสีท่อนำไข่และโพรงมดลูก

จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัย และรักษาตามสาเหตุ อาทิ การให้ยากระตุ้นการตกไข่ การส่องกล้องผ่าตัด หรือคัดเชื้อฉีดเข้าโพรงมดลูก เมื่อรักษาเต็มที่แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ แพทย์จะพิจารณาการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม อาทิ เด็กหลอดแก้ว ต่อไป

เครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีในแผนก

ห้องแล็ปพิเศษ

  1. ตรวจตัวอ่อนโดย
  2. การเพาะเชื้อ
  3. การใช้เลเซอร์ในการฟักตัวอ่อน
  4. ห้องแล็ปของเพศชาย
  5. ตรวจวิเคราะเชื้ออสุจิ
  6. การเลือกเชื้ออสุจิ

ติดต่อและนัดหมายแพทย์และสอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ โทร. 09 9336 6297 ติดต่อ คุณนิภาพร

ทีมแพทย์ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

นพ.อัมรินทร์ สุวรรณ

สูติ-นรีเวชวิทยา

นพ.บุญลือ นนทพันธ์

กุมารเวชศาสตร์

สอบถามข้อมูลและเข้ารับบริการที่ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์

185/1 หมู่ 1 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24130
โทรศัพท์ : 038-500-300-99